[SR] รีวิว SIGMA 14-24 mm f2.8 DG HSM Art (SR) ของมันต้องมี

สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้องที่เคารพ พบกันอีกเช่นเคย วันนี้จะมารีวิวเลนส์ของ SIGMA คราวนี้เป็นคิวของ Ultra-wide 14-24 mm เลนส์ตัวนี้เป็นระยะเดียวกันกับค่าย Nikon ซึ่งเป็นเลนส์ตัวดังตัวหนึ่งของทาง Nikon (ผมเองก็ใช้อยู่) โดยมีสเป็คเดียวกันเสียด้วยคือ ระยะ 14-24 mm รูรับแสงกว้างสุดที่ f2.8 และแคบสุดที่ f22 ขนาดก็ใกล้เคียงกัน เพียงแต่น้ำหนักของทาง SIGMA จะมากกว่า 1.5 กรัมครับครับ

นอกจากนี้ยังมีขนาดของหน้าเลนส์ที่เท่ากัน จึงทำให้สามารถใช้ชุดฟิลเตอร์ NISI 150 mm Holder system และ Lee SW 150 Holder ได้ เหมือน Nikon 14-24 mm ทำให้ไม่ต้องเสียเงินไป Upgrade อุปกรณ์เสริมแต่อย่างใด

มาดูสเป็คกันก่อน
-14-24 mm ให้ความกว้างของภาพที่  114.2 องศา กว้างมากครับ
-รูรับแสงกว้างสุด 2.8 และแคบสุด 22
-ชิ้นเลนส์ FLD 3 ชิ้น ลดการกระจายแสง
-ชิ้นเลนส์ SLD 3 ชิ้น ลดความคลาดเคลื่อนสี
-ชิ้นเลนส์ ASP (Aspherical) 3 ชิ้น ลดการบิดเบี้ยวของภาพ เหมือน SIGMA 12-24 mm แก้เรื่อง Distortion และเลนส์ชิ้นหน้าแบบ Hard glass
-ซีลยางกันน้ำกันฝุ่นละออง
-มอร์เตอร์ Fast hybrid
-เลนส์รองรับความละเอียดระดับ 50 ล้านพิกเซล
-สามารถแปลง Hood ให้สามารถใช้กับ Matte Box ที่ใช้ถ่ายวีดีโอได้ราคาประกันศูนย์ 48,900 บาท

  • – ได้รับสินค้ามาใช้รีวิวฟรี โดยต้องคืนสินค้าให้เจ้าของสินค้า

  • – ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ

ทดสอบครั้งนี้จะเน้นทดสอบกับกล้อง SONY A7III ร่วมกับ MC-11 (ส่วนเม้าท์ FE รอก่อนนะ^^”) และ Nikon D810 ภาพทั้งหมดผ่านการปรับแต่งไฟล์ด้วยโปรแกรม Lightroom หรือ Photoshop ปรับแต่งส่วนของแสง และสีบ้าง และพยามจะใส่ภาพ JPEG หลังกล้องไว้ใน Spoil ให้ครับ อาจมีบางภาพไม่มีภาพ JPEG เนื่องจากนิ้วไปโดนปุ่มปรับรูปแบบการบันทึกภาพ เลยมีแต่ไฟล์ RAW ครับ

SIGMA 14-24 mm ตัวนี้ เมื่อใส่กับ SONY A7III แล้วขอบอกว่าหล่อมากครับ ดูบึกบึนขึ้นโขเลย ^^

โดยรวมใช้กับ Adapter MC-11 ได้ไม่มีปัญหาอะไร โฟกัสค่อนข้างแม่นและไวใช้ได้
*สำหรับ MC-11 แนะนำให้อับเฟิร์มแวร์ล่าสุดด้วย อยากบอกว่าดีมากๆ ทำงานได้เต็มระบบ การโฟกัสทำได้เต็มพื้นที่ทั้งในส่วนของ Phase Detection และ Contras Detection รวมทั้งระบบ Eye AF ของ SONY

ซึ่งการ Update นั้นจะต้อง Download ไฟล์มาใหม่ด้วยทุกครั้งครับ SIGMA Optimization Pro

ในการทดสอบเลนส์แต่ละครั้งผมจะให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันของกล้องกับเลนส์ที่สุด เพราะเชื่อว่าเลนส์ที่ดีนั้นจะทำให้กล้องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพของมัน รองลงมาก็เป็นเรื่องความคมชัด การโฟกัส และองค์ประกอบอื่นๆ

SONY A7III / F4 / Mode : A / ISO 400
SIGMA 14-24 mm f2.8 Art 
เลนส์ตัวนี้เหมาะสำหรับใคร?
เลนส์ตัวนี้ถูกออกแบบมาสำหรับช่างภาพสาย Land scape ถ่ายวิว ถ่ายดาว ถ่ายทางช้างเผือก เนื่องจากเลนส์ตัวนี้ถูกออกแบบมาให้มีรูรับแสงกว้าง (f2.8) เหมาะสำหรับนักล่าช้างมากๆ หรือสาย Interior ที่ต้องถ่ายงานสถาปัตยกรรมที่ซีเรียสเรื่องความบิดเบี้ยวของวัตถุในภาพ (Distortion 0)
และที่สำคัญสำหรับชาวหนอนที่ต้องการเลนส์ที่กว้างกว่า 16 mm รูรับแสงกว้าง 2.8 ให้ความชัดคมสูง แฟลร์ต่ำ ราคาไม่เกินเอื้อม แนะนำตัวนี้เลยครับ^^

ทดสอบ zero distortion

SONY A7III / F4 / Mode : A / ISO 400
SIGMA 14-24 mm f2.8 Art   

SONY A7III / F4 / Mode : A / ISO 400
SIGMA 14-24 mm f2.8 Art   

SONY A7III / F4 / Mode : A / ISO 400
SIGMA 14-24 mm f2.8 Art   

สำหรับการถ่ายให้ได้ Distortion 0 (เรียกเต็มๆ ว่าใกล้ศูนย์) นั้นมีข้อแม้อยู่บ้างเล็กน้อยคือ
1.    กล้องและเลนส์ต้องอยู่ในระนาบ คือต้องขนานไปกับพื้น จึงจะได้ฟังก์ชั่น Distortion 0 ถ้าเงยเลนส์ขึ้น เสาต่างๆ จะลู่ไปตาม Anatomy ของเลนส์อยู่แล้วครับ
2.    ต้องโฟกัสระยะอินฟินิตี้ ซึ่งระยะโฟกัสอินฟินิตี้ของเลนส์ตัวนี้อยู่ที่ระยะ 5 เมตร ดังนั้นหากถ่ายภาพระยะใกล้กว่า 5 เมตร ก็จะไม่ได้ฟังก์ชั่นนี้เหมือนกันครับ คือตรงกลางจะป่องนิดๆ

ภาพถ่ายที่ไม่ได้โฟกัสระยะอิฟินิตี จะสังเกตได้ว่าตรงกลางภาพจะป่องนิดๆซีเรียสไหมสำหรับ Distortion 0 ตอบเลยว่าซีเรียสครับสำหรับเลนส์สมัยนี้ เลนส์ Ultra-wild คุณภาพดีๆ ในท้องตลาดจะเป็น  Distortion 0 กันหมดแล้วครับ ทำให้เราไม่ต้องมาคอยนั่งปรับแต่งภาพแก้ Distortion หรือจะต้องปรับก็น้อยกว่าสมัยก่อนมาก ทำให้การทำงานสะดวกขึ้นมาก ยิ่งสำหรับมืออาชีพที่ต้องถ่ายงานสถาปัตยกรรมจะรู้ดีกว่ามันซีเรียสที่สุด
ยิ่งสมัยนี้โรงแรมลักษณะเป็นบูติกโฮเต็ล (boutique hotel) เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งโรงแรมเหล่านี้มีสถานที่ค่อนข้างแคบ เล็ก ทำให้เลนส์กว้างๆ ยิ่งได้เปรียบ เพราะมันทำให้พื้นที่ดูกว้างขึ้นด้วยมิติของเลนส์ครับ
SONY A7III / F2.8 / Mode : M / ISO 3200 / 30 Sec
SIGMA 14-24 mm f2.8 Art 

ใบเดียวครับ ^^¬
โกสต์ (Ghost) และแฟลร์ (Flare)
เนื่องจากเป็นเลนส์ที่มีมุมกว้างมากถึง 114.2 องศา ซึ่งโดยปรกติแล้วเลนส์มุมกว้าขนาดนี้จะเกิดแฟลร์ได้ง่ายมาก เพราะต้องรับแสงจากด้านข้างด้วย ซึ่งทำให้เกิดการหักแหของแสงรวมถึงการสะท้อนแสงภายในเลนส์ หากเลนส์ Cloth มาไม่ดี หรือชิ้นเลนส์ออกแบบมาไม่ดีจะทำให้เกิดแฟลร์ได้ง่ายครับ
สำหรับเลนส์ SIGMA 14-24 mm f2.8 DG SHM Art ตัวนี้โกสต์ และ แฟลร์ถือว่าน้อยมากๆ ยิ่งเทียบกับมุมกว้างขนาด 14 mm แล้ว ถือว่าทำได้ดีที่สุดของเลนส์ระยะนี้ในท้องตลาดครับ
SONY A7III / F16 / Mode : A / ISO 200 /
SIGMA 14-24 mm f2.8 Art   

SONY A7III / F20 / Mode : A / ISO 200 /
SIGMA 14-24 mm f2.8 Art

Nikon D810 / F10 / Mode : A / ISO 200
SIGMA 14-24 mm f2.8 Art   
SONY A7III / F8 / Mode : A / ISO 200 /
SIGMA 14-24 mm f2.8 Art

การโฟกัสนั้น แม้จะต้องต่อผ่าน MC-11 นั้นก็ยังทำได้ดีครับ โฟกัสแม่น และไว ถึงแม้ความเร็วและความแม่นในการโฟกัสจะสู้เลนส์ที่เป็นเมาท์ของค่ายโดยตรงไม่ได้ แต่ก็ยังถือว่าทำได้ดีมากๆ เทียบกันต่างกันไม่เกิน 10-15% ยิ่งเลนส์ Ultra wide โอกาสใช้ความฟังก์ชั่นความไวในการโฟกัสมีค่อนข้างน้อยกว่างเลนส์ Tele เลยทำให้เห็นความแตกต่างน้อยมากๆ ครับ แม้ในสภาพแสงน้อยๆ ก็ยังโฟกัสได้ดี ไม่ค่อยเจออาการวืดวาดสักเท่าไหร่ล่าสุด SIGMA ปล่อย Update สำหรับ MC-11 ออกมา พบว่าโฟกันไวมาก เทียบ Native ได้เลย *O*
SONY A7III / F4 / Mode : A / ISO 800
SIGMA 14-24 mm f2.8 Art
พระพุทธเทวปฏิมากร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) ภาพนี้ Handheld ถ่ายเอาครับ^^ภาพ JPEG หลังกล้องครับ
SONY A7III / F2.8 / Mode : A / ISO 1250
SIGMA 14-24 mm f2.8 Art   

ส่วนความคมชัดของเลนส์ ทดสอบที่รูรับแสงกว้างที่สุดที่ F2.8 จากภาพด้านบนผมได้ Crop 100% มาให้ดูเป็นตัวอย่างด้านล่างด้วยว่าขอบภาพเป็นอย่างไร ซึ่งปรกติภาพที่ถ่ายจากเลนส์มุมกว้างมากๆ บริเวณขอบนั้นมักจะเบลอได้ง่าย เนื่องจากการบิดโค้งของชิ้นเลนส์ ยิ่งเปิดรูรับแสงกว้าง โอกาสที่ภาพจะไม่ชัดหรือเบลอยิ่งสูงตาม
สำหรับเลนส์ 14-24 mm ตัวนี้ เมื่อเปิดที่รูรับแสงกว้างสุดแล้วยังให้ขอบภาพที่คมได้อย่างน่าประทับใจมาก เรียกว่าคมยันขอบได้เต็มปากเต็มคำ สมชื่อซีรีส์ Art (คุ้มค่ากับการแบกน้ำหนักของเลนส์ครับ 555)
ภาพนี้ Handheld ถ่ายเอาเหมือนเคยครับ^^ภาพ Crop 100% แต่ละมุมของภาพครับ
Upper left corner
Upper right corner
Lower left cornerLower right corner
50 Megapixel
เลนส์รองรับไฟล์ความละเอียดขนาด 50 ล้านพิกเซล ถามว่าสำคัญไหม? ผมว่าสำคัญนะสำหรับกล้อง FF ในปัจจุบัน ที่พัฒนาความละเอียดไปมากแล้วมีผลมากไหม? ผมเชื่อว่าสำหรับคนที่ใช้กล้อง FF และใช้เลนส์ราคาระดับนี้น่าจะซีเรียสกับภาพที่ได้ โดยเฉพาะมืออาชีพที่ต้องการคุณภาพของภาพสูงสุดแล้วเลนส์เก่าๆ ยังใช้ได้อยู่ไหม? ตอบเลยว่าก็ใช้ได้ครับแต่พอขยายภาพดูจะเห็นความแตกต่างได้ระดับหนึ่ง แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันแล้วสิ่งที่เห็นชัดที่สุดก็เป็นเรื่อง Chromatic ขอบม่วง ขอบเขียว หรือ Vignette ขอบดำครับ ยังไม่รวมถึงความคม ชัด^^”

ส่วนเลนส์ตัวเก่าๆ ที่ผมใช้อยู่ก็เริ่มทยอยขายแล้ว ก็เรื่องขอบเขียว ขอบม่วง ขอบดำนี่แหล่ะ ยิ่งกล้องรุ่นใหม่ๆ ที่มีพิเซลมากขึ้นความละเอียดสูงขึ้น เราก็จะคาดหวังกับขนาดและคุณภาพของภาพมากยิ่งขึ้นเลยต้องหาเลนส์ที่จะทำให้กล้อง สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้นตามความสามารถที่กล้องมี

มาว่ากันเรื่อง SIGMA 14-24 mm Art กันต่อดีกว่า ทดสอบการเก็บรายละเอียดของภาพกัน ตอนที่ออกไปทดสอบไม่ได้เอากล้องที่มีความละเอียดสูงสุดไป เอาเจ้า A7III ที่มีความละเอียดปานกลางไป (Basic model) ลองมาดูกันครับ

ภาพตัวอย่างจากจิตกรรมฝาผนังพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) Handheld เอาครับ
SONY A7III / F2.8 / Mode : A / ISO 800
SIGMA 14-24 mm f2.8 Art   

บริเวณกลางภาพ Crop 100%บริเวณกลางภาพเลื่อนมาทางซ้ายมือ Crop 100%
บริเวณกลางภาพเลื่อนมาทางขวามือ Crop 100%
บริเวณขอบภาพด้านล่างซ้ายมือของภาพ Crop 100%
บริเวณขอบภาพด้านบนซ้ายมือของภาพ Crop 100%
จากภาพตัวอย่างจะเห็นได้ว่ากล้อง FF ในปัจจุบันนั้นสามารถเก็บรายละเอียดได้ดีมากๆ สามารถถ่ายแล้ว Crop เอาไปใช้ได้สบายๆ ผิดกับกล้องเมื่อสักสี่ห้าปีก่อนลิบลับ หากถามผมว่า 50 ล้านพิกเซลสำคัญไหม สำหรับผมค่อนข้างสำคัญครับ และเลนส์ที่ดีจะต้องดึงประสิทธิภาพของกล้องได้ดีที่สุดด้วยในความคิดของผมนะ

สุดท้ายได้มีโอกาสถ่ายในหลากหลายสถานการณ์ ลองชมภาพตัวอย่างจากเลนส์ตัวนี้กันครับ
SONY A7III / F8/ Mode : A / ISO 1000
SIGMA 14-24 mm f2.8 Art
พระพุทธชินสีห์ พระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย วัดบวรนิเวศวิหาร Handheld เอาครับ เน้นเข้าวัดเข้าวา ^^
SONY A7III / F8 / Mode : A / ISO 200
SIGMA 14-24 mm f2.8 Art

Basic model Basic view
วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร 

SONY A7III / F13 / Mode : A / ISO 200
SIGMA 14-24 mm f2.8 Art
The Breeze สาธร

Nikon D810 / F5 / Mode : A / ISO 250
SIGMA 14-24 mm f2.8 Art
Nikon D810 / F2.8 / Mode : A / ISO 800
SIGMA 14-24 mm f2.8 Art 

Nikon D810 / F2.8 / Mode : A / ISO 800
SIGMA 14-24 mm f2.8 Art   

Nikon D810 / F4 / Mode : A / ISO 800
SIGMA 14-24 mm f2.8 Art   

Nikon D810 / F4 / Mode : A / ISO 800
SIGMA 14-24 mm f2.8 Art
Nikon D810 / F4 / Mode : A / ISO 800
SIGMA 14-24 mm f2.8 Art
Nikon D810 / F5 / Mode : A / ISO 250
SIGMA 14-24 mm f2.8 Art   
สรุป 
สำหรับเลนส์ 14-24 mm DG SHM Art ตัวนี้ถือว่าน่าคบมากครับ ด้วยเทคโนโลยีล่าสุดของทาง SIGMA ชิ้นเลนส์ FLD, SLD, ASP ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ทำให้เราได้เลนส์ที่ใสขึ้น โกสต์ แฟลร์ และสีเหลื่อม น้อย เหมาะสำหรับกล้องรุ่นใหม่ๆ ที่มีพิเซลเพิ่มขึ้น ละเอียดขึ้น น้ำหนักที่แตกต่างจากของ Nik อยู่ 1.5 กรัม ส่วนอุปกรณ์เสริมเช่น โฮลเดอร์กับฟิลเตอร์ที่เคยมีอยู่ก็สามารถใช้ได้ ไม่ต้องไปหาซื้อใหม่แต่อย่างใด เรียกว่า “ของมันต้องมี” ขอจบการรายงานเพียงเท่านี้ครับ^^

 

Credit : Pantip

 

 

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.